ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > ขอข้อมูลการตรวจสารเสพติดในโรงง...

ขอข้อมูลการตรวจสารเสพติดในโรงงาน,โรงเรียน


 ขอข้อมูลการตรวจสารเสพติดในโรงงาน,โรงเรียน

 

หลักการและเหตุผล ปัญหาการแพร่ระบาด

ยาเสพติด

ในสถานประกอบกิจการ ยังเป็นปัญหาที่ปรากฏอยู่ในหลายพื้นที่หลังจากรัฐบาลประกาศสงครามกับยาเสพติดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 และดำเนิน Roadmap การต่อสู้กับยาเสพติด 4 ระยะ และปฏิบัติการรวมพลังแผ่นดินร่วมกวาดล้างยาเสพติด 4 ครั้ง จนถึงปัจจุบันสถานการณ์ปัญหา

ชุดตรวจยาเสพติด

ในทุกวงจรปัญหาทั้งด้าน Supply Demand และ Potential Demand ลดความรุนแรงลงจนอยู่ในระดับที่ไม่เป็นปัญหาคุกคามต่อการดำรงชีวิต โดยปกติสุขของประชาชนทั่วไป เห็นได้จากข้อมูลการจับกุมและการบำบัดรักษาซึ่งส่งผลเสียต่อผู้ใช้แรงงาน ครอบครัวผู้ใช้แรงงาน / นายจ้าง / ผู้ประกอบกิจการของประชาชนทั่วไป ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากสาเหตุของยาเสพติดไม่สามารถดำเนินการป้องกันและแก้ไขได้โดยหน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งโดยเฉพาะ แต่จำเป็นจะต้องระดมความร่วมมือทุกภาคส่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบกิจการ ผู้ใช้แรงงานที่จะต้องดำเนินการ รัฐบาลจึงออกพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ.2519 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2543 กำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบกิจการ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีหน้าที่ในการตรวจคุ้มครองแรงงานให้นายจ้าง และผู้ใช้แรงงานปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และรับผิดชอบในยุทธศาสตร์ป้องกันกลุ่มผู้มีโอกาสเข้าไปใช้

ตรวจยาเสพติด

ตามนโยบายรัฐบาลที่กำหนด เพื่อให้สถานประกอบกิจการทุกแห่งมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2519 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2543 จึงได้จัดทำโครงการโรงงานสีขาว โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นายจ้างและผู้ใช้แรงงานมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดไม่ให้แพร่ขยายเข้าไปในสถานประกอบกิจการและได้นำความรู้ที่ได้รับไปขยายผลให้กับครอบครัวของนายจ้างและผู้ใช้แรงงานลดจำนวนผู้ใช้แรงงานที่ติดยาเสพติดให้มากที่สุด เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี โดยการส่งเสริม เชิญชวน เข้าร่วมโครงการโรงงานสีขาว นอกจากการดำเนินงานด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในเรื่องโครงการโรงงานสีขาวกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ยังได้จัดทำโครงการกลับสู่ชีวิตใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ ส่งเสริม และขอความร่วมมือนายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการที่มีปรับเจตคติที่ดีต่อลูกจ้างที่ตรวจพบว่าเป็นผู้เสพ / ผู้ติด

ตรวจยาเสพติดหรือสารเสพติด

ส่งเข้ารับการบำบัดรักษา และอนุญาตให้ลูกจ้างลาหยุดเพื่อบำบัดรักษาฟื้นฟูเรียบร้อยแล้วรับกลับเข้าทำงานเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งร่างกายและจิตใจของลูกจ้าง หลักเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการโรงงานสีขาว สถานประกอบกิจการ จะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ 8 ข้อ โดยจะต้องได้คะแนน 80 คะแนน จากคะแนน 100 คะแนน จึงจะเป็นโรงงานสีขาว หลักเกณฑ์การพิจารณาโรงงานสีขาว มีดังนี้ 1. มีนโยบาย (1) ควบคุม สอดส่อง และดูแล ไม่ให้พนักงานของสถานประกอบกิจการหรือบุคคลภายนอกกระทำการหรือมั่วสุมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในหรือบริเวณสถานประกอบกิจการ (2) พิจารณาคัดเลือกบุคลากรที่ไม่มีพฤติการณ์ในการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเข้าเป็นพนักงาน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงผู้เสพยาเสพติดซึ่งได้รับการบำบัดการติดยาเสพติดและฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ติดยาเสพติดให้กลับคืนสู่สภาพปกติแล้ว และจัดอบรมพนักงานของตนให้มีความเข้าใจในการป้องกันการใช้ยาเสพติดอย่างสม่ำเสมอ (3) จัดทำบันทึกประวัติของพนักงานไว้ประจำสถานประกอบกิจการ โดยบันทึกประวัติย่ออย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อและนามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน ที่อยู่ และภูมิลำเนาของพนักงาน (4) ให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในการแจ้งเมื่อพบว่ามีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือให้ข้อมูลข่าวสารหรือพฤติการณ์ต่างๆ ของบุคคลซึ่งมีเหตุอันควรสงสัยหรือควรเชื่อได้ว่าจะกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบกิจการของตนและอำนวยความสะดวกในการตรวจหรือ

ทดสอบหาสารเสพติด

ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด 2. มีป้ายหรือประกาศ เรื่องมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบกิจการให้เจ้าของหรือผู้ดำเนินกิจการสถานประกอบกิจการจัดให้ป้ายหรือประกาศเตือนเกี่ยวกับพิษภัยหรืออัตราโทษตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดโดยให้มีความชัดเจนเห็นได้ง่ายและมีข้อความเป็นภาษาไทยข้อความที่สองจะมีภาษาอื่น ๆ นอกจากภาษาไทยก็ได้แต่ข้อความภาษาอื่นนั้นต้องมีความหมายตรงกับข้อความภาษาไทยและมีขนาดไม่ใหญ่กว่าข้อความภาษาไทย (ขนาดตัวอักษรข้อความรณรงค์กว้าง x ยาว ไม่น้อยกว่า 4 x 7 ซม. ) 3. มีคณะทำงานหรือบุคคลรับผิดชอบ ในสถานประกอบกิจการจะต้องมีคำสั่งกำหนดให้มีคณะทำงานที่ทำหน้าที่สอดส่องดูแล ช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าของสถานประกอบกิจการในการดำเนินการโรงงานสีขาว โดยแบ่งออกเป็น 4. มีการให้ความรู้พนักงาน เจ้าของสถานประกอบกิจการ จะต้องมีการดำเนินการพัฒนาบุคลากรในด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ความรู้ในแบบต่าง ๆ เช่น จัดประชุมจัดอบรมหรือการส่งเสียงตามสายในช่วงเวลาพัก 5. มีกิจกรรมรณรงค์ เจ้าของสถานประกอบกิจการจะต้องมีการดำเนินกิจกรรมเพื่อรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด เช่น จัดนิทรรศการ การแข่งขันกีฬา ดนตรี การแสดงบนเวทีแข่งขันประกวดบทความ คำขวัญ เรียงความ ตอบปัญหาต่อต้านยาเสพติด 6. มีการตรวจสุขภาพ เจ้าของสถานประกอบกิจการจะต้องมีการดำเนินการตรวจสุขภาพ และตรวจปัสสาวะให้แก่ลูกจ้างในสถานประกอบกิจการโดยจะเน้นการตรวจสุขภาพประจำปีหรือเฉพาะกิจ 7. ไม่พบพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เจ้าของสถานประกอบกิจการจะต้องเน้นดำเนินการให้สถานประกอบกิจการ ปลอดยาเสพติด โดยไม่เสพไม่ค้า ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทุกชนิด คือต้องมีการสอดส่องดูแลสังเกตพฤติกรรมการทำงานของพนักงานไม่บ่งบอกหรือชี้ชัดเจนว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจากคณะกรรมการที่รับผิดชอบ 8. มีกระบวนการตรวจสอบ เจ้าของสถานประกอบกิจการ จะต้องดำเนินการในส่วนรายละเอียดเกณฑ์ 7 ข้อ โดยมีการบันทึกและเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้เพื่อให้คณะกรรมการของส่วนราชการสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ลองดูใน //www.labour.go.th/proj/projdet.jsp?s  หรือ hthttp://jsptestkit.com/

ผู้แสดงความคิดเห็น pui วันที่ตอบ 2007-10-22 21:08:29
 



ผู้ตั้งกระทู้ por_d กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2011-10-15 21:08:04


ก่อนหน้า1ถัดไป

ความเห็นที่ 1 (3313607)

 องค์การเภสัชกรรมกับ

ชุดตรวจยาเสพติด

ดร. ชฎา พิศาลพงศ์ งานวิจัยอุตสาหกรรมเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เมื่อพูดถึงองค์การเภสัชกรรม หลายท่านคงนึกถึงผลิตภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์ซึ่งมี การผลิตและจำหน่ายจำนวนหลายร้อยรายการ แต่คงมีน้อยท่านที่ทราบว่าองค์การเภสัชกรรมก็มี การผลิตและจำหน่ายชุดตรวจยาเสพติดด้วยเช่นกัน

ชุดตรวจสารเสพติด

อย่างแรกที่มีการผลิตและจำหน่ายมามากกว่า 10 ปี คือ น้ำยามาร์ควิส ซึ่งมี ลักษณะเป็นน้ำยาใสไม่มีสีบรรจุในหลอดแอมพูล ใช้ตรวจสอบยาเสพติดได้แก่ มอร์ฟีน เฮโรอีน ยาบ้า (แอมเฟตามีน และเมทแอมเฟตามีน) และยาอี โดยยาเสพติดแต่ละชนิดจะให้สีกับน้ำยามาร์ควิส แตกต่างกัน ปัจจุบันนี้ น้ำยามาร์ควิส ก็ยังเป็นที่นิยมใช้ของหน่วยงานภาครัฐในการตรวจสอบเบื้องต้น ผงยาและเม็ดยาที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นยาเสพติด ในปี พ.ศ. 2538 ทางโครงการควบคุมยาเสพติดระหว่างประเทศสหประชาชาติ (United Nations International Drug Control Programme /UNDCP) ได้ติดต่อให้องค์การเภสัชกรรม เป็นผู้ผลิต ชุดตรวจสอบสารเคมีเบื้องต้น (Precursor Test Kit) ให้กับสำนักงาน ป.ป.ส. เพื่อใช้ ในการตรวจพิสูจน์สารเคมีที่มักมีการลักลอบนำเข้ามาใช้ในประเทศเพื่อเป็นสารตั้งต้นในการผลิต ยาเสพติด ณ จุดตรวจต่าง ๆ ทั่วประเทศ ชุดตรวจสอบนี้ยังถูกนำไปใช้ตรวจพิสูจน์สารเคมี ณ แหล่งผลิตยาเสพติดที่ถูกจับกุมด้วย ลักษณะของ ชุดตรวจสอบสารเคมีเบื้องต้น คือเป็นกล่อง หนังสีดำภายในบรรจุน้ำยาเคมีหลายชนิด และอุปกรณ์หลายอย่าง เช่น หลอดทดลอง จานหลุม เป็นต้น ที่กล่องมีสายสะพายเพื่อความเหมาะสมสำหรับการใช้ในการปฏิบัติการภาคสนาม ปัจจุบัน ชุดตรวจสอบสารเคมีเบื้องต้น นอกจากเป็นที่นิยมใช้โดยหน่วยงานรัฐต่าง ๆ ในประเทศไทยแล้ว ยังผลิตตามความต้องการของ UNDCP เพื่อมอบให้กับรัฐบาลประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคอินโดจีน ได้แก่ จีน เมียนมาร์ ลาว เวียดนาม และกัมพูชา ใช้ในกิจการปราบปรามยาเสพติด โดยชุดตรวจฯ ที่ผลิตขึ้นนี้จะมีแผ่นที่อธิบายการใช้เป็นภาษาของประเทศนั้น ๆ เพื่อสะดวกแก่การใช้ ในปี พ.ศ. 2540 ทางองค์การเภสัชกรรมได้ผลิต ชุดน้ำยาตรวจสอบอีเฟดรีน ขึ้นตามความ ต้องการของสำนักงาน ป.ป.ส. เพื่อแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามยาเสพติด ทั่วประเทศ ลักษณะของชุดน้ำยาตรวจสอบนี้คือมีน้ำยา 3 ขวด บรรจุอยู่ในกล่องหนังสีเทาขนาดเล็ก พกพาสะดวก วัตถุประสงค์ก็คือใช้ตรวจสอบผงยาหรือเม็ดยาอีเฟดรีน หรือซูโดอีเฟดรีน ซึ่งเป็น วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภทที่ 2 และยังเป็นสารตั้งต้นในการผลิตยาบ้า ในปี พ.ศ. 2541 ทางองค์การเภสัชกรรมเล็งเห็นความสำคัญของปัญหาการแพร่ระบาดของ ยาบ้าซึ่งแพร่ระบาดจากกลุ่มผู้ขับรถบรรทุก และผู้ใช้แรงงานเข้ามาสู่สถาบันการศึกษาและกลุ่มวัยรุ่น ต่าง ๆซึ่งก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรมและปัญหาทางสังคม ทางภาครัฐและภาคเอกชน เช่น สถาน ศึกษามีความจำเป็นที่จะต้องมีการตรวจยาบ้าในปัสสาวะมากขึ้นเรื่อย ๆ องค์การเภสัชกรรมได้ผลิต ชุดตรวจสอบปัสสาวะ ขึ้นมาเพื่อมุ่งหมายที่จะมีส่วนร่วมสนับสนุน ในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาบ้าการตรวจยาบ้าในปัสสาวะแบ่งออกเป็น -การตรวจเบื้องต้น (screening test) โดยใช้ชุดตรวจที่เป็นสารเคมี (color test) หรือชุดตรวจ ทางด้านภูมิคุ้มกัน (immuno assay) -การตรวจยืนยัน (confirmation test) โดยใช้เครื่องมือเฉพาะได้แก่ GC/MS HPLC หรือ TLC การตรวจเบื้องต้น ค่าใช้จ่ายถูกกว่า สามารถตรวจได้ในสถานที่ทั่วไป และตรวจได้คราวละมาก ๆ แต่ผลเสียก็คือมีผลบวกลวง (false positive) เนื่องจากการกินยาที่มีสูตรเคมีบางส่วนคล้ายยาใน กลุ่มแอมเฟตามีน ดังนั้นเมื่อตรวจพบผลบวกโดยวิธีการเบื้องต้นแล้ว จึงจำเป็นต้องส่งตรวจยืนยัน อีกครั้งหนึ่ง การตรวจยืนยันเป็นวิธีที่ดีที่บอกผลได้แม่นยำ แต่เหตุผลที่เรามักไม่ตรวจโดยวิธียืนยัน ตั้งแต่แรก เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูงมาก และต้องส่งตรวจที่สถานตรวจพิสูจน์ ชุดตรวจยาบ้าในปัสสาวะที่องค์การเภสัชกรรมผลิตขึ้นเป็นชุดตรวจสอบเบื้องต้นใช้หลักการ ทางเคมีสามารถใช้ตรวจสอบสารในกลุ่มยาบ้า ได้แก่ แอมเฟตามีน เมทแอม-เฟตามีน อีเฟดรีน ยาอี และยาเลิฟ ในปัสสาวะ ในความเข้มข้นตั้งแต่ 3 mg/ml ขึ้นไป ชุดตรวจยาบ้าในปัสสาวะ ขององค์การเภสัชกรรม มีจำหน่ายแยกออกเป็น 2 ส่วนคือ ชุดสารตรวจสอบ ประกอบด้วยอุปกรณ์ที่ จำเป็นในการตรวจสอบทั้งหมดยกเว้นอุปกรณ์เก็บ ปัสสาวะได้แก่ น้ำยาตรวจสอบ หลอดทดสอบ หลอดดูดปัสสาวะ แผ่นวิธีการใช้ 1 ชุดตรวจได้ 100 ตัวอย่าง ราคา 1,145 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ชุดอุปกรณ์เก็บปัสสาวะ ประกอบด้วยขวดพลาสติก ฉลากปิดขวดและถุงมือ สำหรับเก็บปัสสาวะ 100 ตัวอย่าง ราคา 299.50 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ขั้นตอนในการทดสอบ ดูดปัสสาวะจำนวน 1 ml ใส่ในหลอดทดสอบปิดฝาเขย่า แล้วเติมน้ำยา ตรวจสอบ (รายละเอียดในเอกสารประกอบชุดตรวจฯ) การแปลผล ผลลบ ที่ชั้นล่างของหลอดทดสอบมีสีเขียวเหลืองจนถึงสีเขียวขี้ม้า ผลบวก ที่ชั้นล่างหลอดทดสอบมีสีม่วงแดงจนถึงม่วงน้ำเงิน แสดงว่า อาจจะมี สารในกลุ่มยาบ้า ในตัวอย่างปัสสาวะ เนื่องจากชุดตรวจสอบดังกล่าวอาจถูกรบกวนโดยยาอื่นบางตัวได้ จึงเป็น

ชุดตรวจเบื้องต้น

เท่านั้น เมื่อได้ผลบวกแล้วจะต้องส่งปัสสาวะส่วนที่เหลือให้สถานตรวจพิสูจน์ตรวจยืนยันผลอีกครั้ง การทดสอบความแม่นยำของชุดตรวจยาบ้าในปัสสาวะขององค์การเภสัชกรรมได้ทำหลายครั้ง ตัวอย่าง ในเวลา 1 ปีเศษที่ชุดตรวจยาบ้าในปัสสาวะขององค์การเภสัชกรรมออกจำหน่าย พบว่าได้รับการ ต้อนรับเป็นอย่างดีทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน เราชาวองค์การเภสัชกรรมภูมิใจที่มีส่วนสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ ในการต่อต้านยาเสพติดเพื่อ ให้สังคมไทยและอนาคตของเยาวชนไทยดีขึ้น สมดังปณิธานของชาวไทยที่ว่า "รักในหลวง ห่วงลูกหลาน ร่วมกันต้านยาเสพติด"

 

หรือ http://jsptestkit.com/

ผู้แสดงความคิดเห็น por_d ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2011-10-15 21:08:46



ก่อนหน้า1ถัดไป


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





สงวนลิขสิทธิ์ 2012 บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด เลขที่ 255,257 ซอยสาธุประดิษฐ์ 58 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทรศัพท์ : 092-2234056-59 แฟกซ์ : 02-294-0705 อีเมล์ : pissanu25@gmail.com