ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > ผลไม้ไทย

ผลไม้ไทย


 

งานวิจัยที่เสร็จสมบูรณ์


กลุ่ม  อาหารไทย/อาหารเพื่อสุขภาพ



โครงการวิจัย

คุณค่าโภชนาการของผลไม้ไทยเพื่อสุขภาพและมูลค่าเพิ่ม

หัวหน้าโครงการ  ผศ.ดร. รัชนี คงคาฉุยฉาย
คณะผู้วิจัย  ริญ เจริญศิริ รศ.ดร. พงศธร สังข์เผือก
วัตถุประสงค์

เพื่อให้ได้ข้อมูลสารอาหารในกลุ่มของผลไม้ชนิดต่างๆ โดยการวิเคราะห์หาปริมาณใยอาหารชนิดที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ

  1. วิเคราะห์หาปริมาณอนุพันธ์แคโรทีนอยล์ (Lutein. β-cryptoxanthin, lycopene, α-carotene and β-carotene) และเฟลโวนอยด์ (Flavonoids)
  2. วิเคราะห์หาปริมาณใยอาหารชนิดที่ละลายน้ำและไม่ละลายน้ำ
  3. เพื่อเปรียบเทียบหาปริมาณอนุพันธ์แคโรทีนอยล์ (Lutein. β-cryptoxanthin, lycopene, α-carotene  and β-carotene เฟลโวนอยด์ (Flavonoids) และใยอาหารในผลไม้ไทยชนิดต่างๆ และผลไม้ชนิดเดียวกันที่แตกต่างในเรื่องสายพันธุ์ เช่น ทุเรียน ส้ม กล้วย เป็นต้น
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการศึกษาวิจัยงานทางด้านอาหารและโภชนาการ
  2. ใช้เป็นส่วนหนึ่งในการประเมินภาวะโภชนาการของประชาชน โดยการใช้ร่วมกับข้อมูลการสำรวจชนิดและปริมาณการบริโภคอาหารของคนไทย
  3. ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการแนะนำการบริโภคอาหารและชนิดของแหล่งอาหารที่เหมาะสมให้กับประชาชนทั้งในภาวะปกติและภาวะที่เป็นโรค โดยเฉพาะนักกำหนดอาหารและแพทย์สามารถใช้ข้อมูลนี้ในการให้อาหารบำบัดโรคแก่ผู้ป่วย
  4. ตีพิมพ์ในวารสารเพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ให้กับประชาชนทั้งภายในและภายนอกประเทศ
  5. ใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการทำฉลากคุณค่าโภชนาการของผลไม้ไทยเพื่อผู้บริโภคและการส่งออก
แหล่งทุน  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
ปีที่เสร็จ  2552
บทคัดย่อ  
Abstract  
http://www.inmu.mahidol.ac.th/th/research/completed-research/group-I/research-project/index.php?id=12


ผู้ตั้งกระทู้ por_d กระทู้ตั้งโดยเว็บมาสเตอร์ :: วันที่ลงประกาศ 2012-07-05 01:50:07


ก่อนหน้า1ถัดไป

ความเห็นที่ 1 (3337961)

 

เลือกกินผลไม้เพื่อสุขภาพ

ผศ.ดร.รัชนี คงคาฉุยฉาย รองผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ สถาบันโภชนาการ และ อาจารย์ริญ  เจริญศิริ  นักวิจัยประจำฝ่ายเคมีทางอาหาร ได้ดำเนินการศึกษาวิเคราะห์คุณค่าของผลไม้ไทย ที่นิยมบริโภคในประเทศไทย จำนวน 37 ชนิด พบว่า   ผลไม้มีน้ำเป็นส่วนประกอบ ตั้งแต่ร้อยละ 67-91 ขึ้นอยู่กับชนิดของผลไม้ เนื่องจากผลไม้มีน้ำอยู่ค่อนข้างสูง เมื่อรับประทานแล้วทำให้รู้สึกชุ่มคอและช่วยแก้กระหายได้  โดยชมพู่ทูลเกล้ามีปริมาณน้ำมากที่สุด รองลงมาได้แก่ แตงโมจินตหราเหลืองและสตรอเบอรี่ ซึ่งสำหรับผู้ป่วยที่ต้องจำกัดปริมาณน้ำที่ได้รับเข้าสู่ร่างกาย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไต อาจต้องคำนึงถึงปริมาณน้ำที่มีในผลไม้ด้วย

ผู้ป่วยที่มีอาการไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ร่างกายไม่สามารถขับโพแตสเซียมส่วนเกินออกจากปัสสาวะได้ ผู้ป่วยจำเป็นต้องจำกัดอาหารที่มีโพแตสเซียมสูง  ซึ่งผลไม้หลายชนิดโดยเฉพาะแก้วมังกร ส้ม ทุเรียน มะละกอ กล้วย เป็นต้น มีโพแตสเซียมสูง จึงต้องระวัง แต่ยังสามารถรับประทานได้ประมาณ 1 ถึง  2 ส่วนขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย 

นอกจากนี้ผลไม้ยังให้พลังงานแก่ร่างกาย โดยแหล่งของพลังงานในผลไม้มาจากคาร์โบไฮเดรต ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปของน้ำตาลธรรมชาติ ได้แก่ น้ำตาลกลูโคส ฟรุคโตส และซูโครส น้ำตาลเหล่านี้นอกจากจะให้พลังงานแล้วยังทำให้ผลไม้มีรสชาติหวานอีกด้วย โดยฟรุคโตสจะเป็นน้ำตาลที่มีความหวานมากที่สุด รวมทั้งยังเป็นแหล่งของสารอาหารชนิดอื่นๆที่มีผลดีต่อสุขภาพ เช่น ใยอาหารและสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น จากรายงานทางคลินิกและระบาดวิทยา พบว่า การกินผลไม้เป็นประจำสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (non-communicable chronic diseases) เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง เป็นต้น ทั้งนี้สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินหรือผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก อาจเลือกกินผลไม้ที่มีรสชาติไม่หวานจัด ซึ่งจะสังเกตได้ว่าผลไม้ชนิดไหนที่มีรสชาติหวานจัดมักจะมีปริมาณน้ำตาลอยู่มาก และจะทำให้ปริมาณผลไม้ที่สามารถรับประทานได้ใน 1 ส่วนยิ่งน้อยลง ดังนั้นการเลือกกินผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย รวมทั้งมีใยอาหารสูง จะทำให้รับประทานผลไม้ได้ในปริมาณที่มากกว่าและช่วยทำให้อิ่มได้นานขึ้น (ปริมาณผลไม้ 1 ส่วน เท่ากับ มะละกอสุก 6 ชิ้นพอคำ เงาะ 5 ผล ฝรั่ง ? ผลขนาดกลาง สับปะรด 6 ชิ้นพอคำ กล้วยน้ำว้า 1 ผล ชมพู่ 2 ผลขนาดใหญ่ มังคุด 4 ผลขนาดกลาง ทุกเรียน 1 เม็ดขนาดกลาง ลิ้นจี่จักรพรรดิ 4 ผล หรือส้มสายน้ำผึ้งขนาดใหญ่ 1 ผล เป็นต้น) ข้อแนะนำเพิ่มเติมผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก หรือควบคุมน้ำหนักไม่ควรดื่มน้ำผลไม้มากนัก กล่าวคือไม่ควรดื่มน้ำผลไม้เกินวันละ 220-240 มิลลิลิตร หรือถ้าเป็นน้ำผลไม้กล่องไม่ควรเกินวันละ 2 กล่อง (ขนาด 120 มิลลิลิตรต่อหนึ่งกล่อง) เนื่องจากมีน้ำตาลค่อนข้างสูง แม้ว่าจะเป็นน้ำผลไม้คั้นเอง หรือน้ำผลไม้ 100% ก็ตาม แนะนำให้รับประทานผลไม้สดให้ได้ตามสัดส่วนที่กำหนดกล่าวคือประมาณ 3-5 ส่วน และพยายามเลือกรับประทานผลไม้ที่ไม่หวานจัด หรือกลุ่มที่มีน้ำตาลน้อย เช่นชมพู่ แตงโมจินตหราสีเหลือง ฝรั่ง สตรอบอรี่ สาลี แอบเปิ้ล เป็นต้น ท้ายสุดต้องออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย

สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ถึงแม้จะมีรายงานว่าผลไม้ส่วนใหญ่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ คือ น้อยกว่า 55 แต่ข้อมูลเกี่ยวกับดัชนีน้ำตาลของผลไม้ยังมีไม่ครบถ้วน โดยมีงานวิจัยค่าดัชนีน้ำตาลในผลไม้ของประเทศไทยอยู่เพียง 12 ชนิดเท่านั้น คือ กล้วยหอม มะละกอ เงาะโรงเรียน ส้มโอขาวน้ำผึ้ง ชมพู่ทับทิมจันทร์ ทุเรียนหมอนทอง มะม่วงอกร่อง ลำไย สับปะรด ฝรั่ง และแก้วมังกร ซึ่งพบว่าส้มโอขาวน้ำผึ้ง มะม่วงอกร่อง และชมพู่ทับทิมจันทร์ มีค่าดัชนีน้ำตาล 59 51 และ 50 ตามลำดับ รวมทั้งมีรายงานการวิจัยของต่างประเทศพบว่าแตงโมมีค่าดัชนีน้ำตาล 72 ดังนั้นสำหรับผู้ป่วยเบาหวานแล้ว ถึงแม้จะสามารถเลือกรับประทานผลไม้ได้หลากหลายชนิด แต่ควรต้องระมัดระวังในเรื่องปริมาณและชนิดของผลไม้ที่บริโภคให้พอเหมาะด้วย โดยควรจะเลือกผลไม้ที่มีปริมาณน้ำตาลทั้งหมด (รวมทั้งน้ำตาลกลูโคส ฟรุคโตส และซูโครส) น้อย และมีใยอาหารมาก ซึ่งจะช่วยให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้น

สำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ สามารถเลือกรับประทานผลไม้ได้ทุกชนิด แต่ในหนึ่งวันควรรับประทานผลไม้ให้หลากหลาย สลับกันโดยดูจากความหวานของผลไม้ เพื่อไม่ให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมากเกินไป ควรเลิกรับประทานชนิดที่มีรสชาติหวานบ้าง หวานปานกลาง และหวานน้อย และอย่ารับประทานผลไม้ชนิดเดียวกันซ้ำๆ เพราะนอกจากมีผลเสียต่อสุขภาพในเรื่องของน้ำตาลแล้ว อาจมีปัญหาในเรื่องสารตกค้าง เช่นยาฆ่าแมลงที่ติดมากับผลไม้ที่ท่านชอบรับประทาน อาจไปสะสมอยู่ในร่างกายของท่านได้ เพื่อให้รับประโยชน์จากการรับประทานผลไม้อย่างเต็มที่ จึงควรเลือกรับประทานผลไม้ให้หลากหลายภายในหนึ่งวัน และมีปริมาณพอเหมาะกับความต้องการของร่างกาย

  

http://www.inmu.mahidol.ac.th/th/news/4.php

ผู้แสดงความคิดเห็น por_d ตอบโดยเว็บมาสเตอร์วันที่ตอบ 2012-07-05 01:51:27



ก่อนหน้า1ถัดไป


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





สงวนลิขสิทธิ์ 2012 บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด เลขที่ 255,257 ซอยสาธุประดิษฐ์ 58 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทรศัพท์ : 092-2234056-59 แฟกซ์ : 02-294-0705 อีเมล์ : pissanu25@gmail.com