ReadyPlanet.com
dot dot


ข่าวประชาสัมพันธ์จาก JSP Pharma
วิสันทัศน์ผู้บริหาร JSP Pharma
International Trading Department
Available packaging services
Product quality control
Frequency asked question
business-development
ติดต่อเรา JSP Pharma
Bird Nest by JSP Pharma
บริษัท พรีม่า ฟู้ดส์ ซัพพลาย จำกัด


โอกาศของเครื่องสำอางจากธรรมชาติ และสมุนไพร

ความต้องการของตลาดในปัจจุบันและในอนาคต

ปัจจุบันวิวัฒนาการของเทคโนโลยีต่างๆประกอบกับการศึกษาวิจัยของมนุษย์ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้คนเพื่อความสวยงาม บุคลิกภาพและสุขภาพในนิยามของคำว่า เครื่องสำอาง 

แต่ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างปัญหาให้กับผู้บริโภคและการกำกับดูแลของภาครัฐมากพอ สมควรโดยอาศัยกลยุทธ์ของการเป็น เครื่องสำอาง หลีกเลี่ยงการเป็นยา ที่จะถูกควบคุมกำกับอย่างเข้มงวด มีการใช้ส่วนผสมใหม่ๆ อ้างสรรพคุณของผลิตภัณฑ์ การให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ทั้งเรื่องของฉลากและโฆษณาก้าวล่วงไปในความเป็นยา ทำให้ผู้บริโภคคาดหวังในสรรพคุณที่เกินความเป็นจริง มองข้ามหลักความปลอดภัย 

ผลที่ได้รับคือผลกระทบจากผลิตภัณฑ์ที่มีสารที่ไม่ปลอดภัยในการใช้ ปัญหาเหล่านี้นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นดังนั้นจึงควรหันมาใส่ใจกับผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากธรรมชาติมากขึ้น โดย เครื่องสำอาง มีหลายชนิดและสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ เวชสำอาง ได้แก่ เครื่องสำอางเพื่อการรักษาและบำรุง และ เครื่องสำอางทั่วไปซึ่งใช้เป็นเครื่องสำอางเพื่อปรุงแต่งความงาม นอกจากนี้หากอาศัยเกณฑ์ของกระทรวง อุตสาหกรรมก็จะสามารถแบ่ง เครื่องสำอาง ออกได้เป็น 6 ประเภท ได้แก่ เครื่องสำอางสำหรับผม เครื่องสำอางแอโรซอล เครื่องสำอางสำหรับใบหน้า เครื่องสำอางสำหรับลำตัว เครื่องหอม และเบ็ดเตล็ด แต่หากแบ่งตามเกณฑ์ของคณะกรรมการอาหารและยาจะแบ่งได้เป็น เครื่องสำอางควบคุมพิเศษ เครื่องสำอางควบคุมและเครื่องสำอางทั่วไป

ดังนั้นปัจจุบันเราจึงควรหันมาสนใจกับ เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและ สมุนไพร มากยิ่งขึ้นเพื่อความสวยงามและมีสุขภาพที่ดีควบคู่กันไป โดยมี สมุนไพร หลายชนิดในปัจจุบันที่นิยมใช้เป็นส่วนผสมของ เครื่องสำอาง และได้รับความ นิยมอย่างดีเนื่องจากผู้ใช้มั่นใจว่าปลอดภัยมากกว่าการใช้สารเคมี ได้แก่ ว่านหางจรเข้ อัญชัน มะคำดีควาย เปลือกมังคุดเป็นต้น โดยนำมาใช้เป็นส่วนผสมของแชมพู ครีมนวดผม สบู่ โลชั่นบำรุงผิว เป็นต้น

รายละเอียดทางด้านการตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ปัญหา อุปสรรคและข้อเสนอแนะในการประกอบกิจการ รวมทั้งนโยบายรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนและให้คำปรึกษาในการลงทุนในอุตสาหกรรม เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและ สมุนไพร มีดังต่อไปนี้

จำนวนผู้ผลิตและผู้นำเข้า

ปัจจุบันผู้ประกอบการภายในประเทศไทยในอุตสาหกรรม เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและ สมุนไพร มีจำนวนทั้งสิ้น 131 ราย แบ่งเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่จำนวน 4 ราย ผู้ประกอบการขนาดกลางจำนวน 49 ราย และผู้ประกอบการขนาดเล็กจำนวน 78 ราย (ข้อมูลจากกรมโรงงาน ณ. เดือนมีนาคม 2545) และผู้ประกอบการระดับท้องถิ่นในโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์จำนวน 125 ราย (ข้อมูลจาก WWW.THAITAMBON.COM) ส่วนผู้นำเข้าในอุตสาหกรรม เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและ สมุนไพร มีจำนวน 281 ราย และผู้ส่งออกในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางจากธรรมชาติและสมุนไพรมีจำนวน 442 ราย

ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและ สมุนไพร เป็นผู้ประกอบการที่อยู่ภายในเขตความรับผิดชอบของศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 จำนวนทั้งสิ้น 1 ราย โดยเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก และผู้ประกอบการระดับท้องถิ่นในโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์จำนวน 9 ราย 

ผู้ผลิตและผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและ สมุนไพร ของไทยนั้นได้แก่ บริษัท อิมพีเรียล อินดัสเตรียล เคมีคัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด จังหวัดปทุมธานี มีทุนจดทะเบียน 127,500,000 บาท บริษัท อินซ์เคปแมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด จังหวัดปทุมธานี มีทุนจดทะเบียน 119,000,000 บาท บริษัท นีโอคอสเมด จำกัด จังหวัดปทุมธานี มีทุนจดทะเบียน 75,491,000 บาท บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ จำกัด จังหวัดกรุงเทพมหานคร มีทุนจดทะเบียน 75,000,000 บาท และ บริษัท แมนดอมคอร์ปอเรชั่น จำกัด จังหวัดปทุมธานี มีทุนจดทะเบียน 72,000,000 บาท ส่วนผู้นำตลาด เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและ สมุนไพร ที่อยู่ในเขตศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 คือ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ จำกัด จังหวัดสมุทรปราการ มีทุนจดทะเบียน 174,241,000 บาท บริษัท เค.เอ็ม.อินเตอร์แล็บ จำกัด จังหวัดสมุทรปราการ มีทุนจดทะเบียน 137,600,000 บาท และบริษัท เอ็กซ์ตร้า ฟาร์มาซูติคอล จำกัด จำกัด จังหวัดสมุทรปราการ มีทุนจดทะเบียน 53,500,000 บาท มีรายละเอียดผู้ประกอบการที่สำคัญๆดังต่อไปนี้

 



รายชื่อผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากธรรมชาติและสมุนไพรที่สำคัญของประเทศไทย
รายชื่อผู้ประกอบการ สถานที่ตั้ง เงินทุนจดทะเบียน (บาท)
บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ จำกัด สมุทรปราการ 174,241,000
บริษัท เค.เอ็ม.อินเตอร์แล็บ จำกัด สมุทรปราการ 137,600,000
บริษัท อิมพีเรียล อินดัสเตรียล เคมีคัลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ปทุมธานี 127,500,000
บริษัท อินซ์เคปแมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ปทุมธานี 119,000,000
บริษัท นีโอคอสเมด จำกัด ปทุมธานี 75,491,000
บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ จำกัด กรุงเทพมหานคร 75,000,000
บริษัท แมนดอมคอร์ปอเรชั่น จำกัด ปทุมธานี 72,000,000
บริษัท ควีนแนทเจอรัลโปรดัคส์ จำกัด กรุงเทพมหานคร 68,000,000
บริษัท นวศรีแมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ปทุมธานี 56,454,049
บริษัท เอ็กซ์ตร้า ฟาร์มาซูติคอล จำกัด สมุทรปราการ 53,500,000
บริษัท เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ชลบุรี 49,540,000
บริษัท คว็อลลิตี้ แล็บ จำกัด กรุงเทพมหานคร 49,000,000
บริษัท ไทยเฮเลีย จำกัด สมุทรปราการ 45,000,000
บริษัท ไมลอทท์แลบบอราทอรีส์ จำกัด สมุทรปราการ 45,000,000
บริษัท เบตเตอร์ มาร์เก็ตติ่ง จำกัด สมุทรสาคร 43,500,000
บริษัท ยูไนเต็ด แฟต แอนด์ ออยล์ จำกัด กรุงเทพมหานคร 40,700,000
บริษัท ยามาฮัทสึ(ประเทศไทย) จำกัด ชลบุรี 40,000,000
บริษัท อังกฤษตรางู (แอลพี) จำกัด สมุทรปราการ 35,322,053
บริษัท กรีนสวิลล์ จำกัด กรุงเทพมหานคร 33,500,000
ที่มา : กรมทะเบียนโรงงานอุตสาหกรรม, 2545

ตารางแสดงรายชื่อผู้นำเข้าที่สำคัญในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากธรรมชาติและสมุนไพรของประเทศไทย
ราบชื่อผู้นำเข้าที่สำคัญ สถานที่ตั้ง
บ. ริชาร์ดสัน-วิคส์ จำกัด 75 ซ.แสงจันทร์-รูเบีย สุขุมวิท 42 ถ.สุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตพระโขนง กรุงเทพฯ
บ. จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (ไทย) จำกัด 106 หมู่ 4 การนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ถ.ฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ
บ. ยูนิลีเวอร์ ไทย โฮลดิ้ง จำกัด 411 ถ.ศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ
บ. แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด 52/183 ถ.รามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ
บ. ไลอ้อน(ประเทศไทย) จำกัด 666 ถ.พระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ
บ. สตีเฟล ลาบอราทอรี่ (ไทยแลนด์) จำกัด 408/143 อาคารพหลโยธินเพลส ชั้น 33 แขวงสามเสนใน เขตพญาไทย กรุงเทพฯ
บริษัท แมนดอมคอร์ปอเรชั่น จำกัด 408/143 อาคารพหลโยธินเพลส ชั้น 33 แขวงสามเสนใน เขตพญาไทย กรุงเทพฯ
บ. พรอดเตอร์แอนด์แกมเบิลแมนูแฟคเจอริ่ง(ประเทศไทย) จำกัด 112 หมู่ 5 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา
บ. คาโอ อินตัสเตรียล(ประเทศไทย) จำกัด 38 หมู่ 8 ถ.ปู่เจ้าสมิงพราย ต.สำโรงใต้ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ
บ. เอิร์ธแคร์ จำกัด 1693 ถ.พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
บ. โคเช่ (ประเทศไทย) จำกัด 139 ถ.ปั้น แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพ
ที่มา : กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์, 2545

ตารางแสดงรายชื่อผู้ส่งออกที่สำคัญในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากธรรมชาติและสมุนไพรของประเทศไทย
ราบชื่อผู้ส่งออกที่สำคัญ สถานที่ตั้ง
บ. พรอดเตอร์แอนด์แกมเบิลแมนูแฟคเจอริ่ง(ประเทศไทย) จำกัด 112 หมู่ 5 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา
บ. ไทยเฮเลีย จำกัด 163 หมู่ 17 ถ.บางนา-ตราด ต.บางเสาธง กิ่งอำเภอบางเสาธง จ.สมุทรปราการ
บ. ยูนิลีเวอร์ ไทย โฮลดิ้ง จำกัด 411 ถ.ศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ
บ. อัลฟ่า เอ็ก-ซิม เทรดดิ้ง จำกัด 1549/19-20 ถ.จรัญสนิทวงศ์ แขวงบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ
บ. จุฬาอุตสาหกรรม จำกัด 548 ซ.มาตานุสรณ์ ถ.มไหสวรรย์ แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ
บ. คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ (ประเทศไทย) จำกัด 19 ซ.แยกถนน ณ ระนอง แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ
บ. จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (ไทย) จำกัด 106 หมู่ 4 การนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ถ.ฉลองกรุง แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ
บ. วี.เอส.พี.เคมีคอล แอนด์ แล็บ จำกัด 386/17 ซ.เฉลิมสุข ถ.พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ
บ. ไลอ้อน(ประเทศไทย) จำกัด 666 ถ.พระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ
บ. ไมลอทท์ แลบบราทอรีส์ จำกัด 84/55 หมู่ 11 ซ.ธนสิทธิ์ ถ .เทพารักษ์ ต.บางปลา ต.บางพลี จ.สมุทรปราการ
ที่มา : กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์, 2545

 ภาวะตลาดในประเทศและการส่งออก/นำเข้า

ภาวะตลาดภายในประเทศ

กระแสอนุรักษ์ธรรมชาติที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ได้ส่งผลให้ผู้คนเริ่มที่จะหันมาเอาใจใส่กับสภาวะแวดล้อมรอบๆตัวกันมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็เริ่มหันมาให้ความสนใจกับสุขภาพของตนเองมากขึ้นด้วยเช่นกัน จึงทำให้การตัดสินใจในการเลือกซื้อหาสินค้ามาใช้ของผู้คนเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม คือ นอกจากจะพิจารณาจากปัจจัยทางด้านคุณภาพและราคาสินค้าแล้ว ปัจจุบันยังพิจารณาถึงผลกระทบของ สินค้านั้นๆต่อสภาวะแวดล้อมอีกด้วย ซึ่งก็ทำให้สินค้าที่มีแนวคิดเกี่ยวกับการอนุรักษ์สภาวะแวดล้อม (Green Marketing) ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ และหนึ่งในสินค้าที่มีแนวคิดในการอนุรักษ์ที่เรากำลังจะพูดถึง ก็คือ เครื่องสำอาง จากสารสกัดธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านผู้ประกอบการและจำนวนผู้บริโภค ส่งผลให้ เครื่องสำอาง จากสารสกัดธรรมชาติเป็นอีกส่วนหนึ่งของตลาดความงามที่น่าสนใจ

ปัจจุบันมีบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เพื่อสุขภาพมากมายหลายชนิด ตั้งแต่ ผลิตภัณฑ์อาหาร, ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, ผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง ทั้งจากธรรมชาติและอื่นๆ, ผลิตภัณฑ์ยาจาก สมุนไพร และสมุนไพรเดี่ยว ทั้งในรูปของวัตถุดิบและ ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปพร้อมรับประทาน และใช้ประโยชน์ในการบริโภค ซึ่งการใช้ สมุนไพร ในธุรกิจต่างๆ ทั้งในลักษณะของยา อาหารเสริมสุขภาพ เครื่องสำอางสมุนไพร นวดและอบตัวด้วยสมุนไพร ไปจนถึงการรับประทานชาสมุนไพรเพื่อสุขภาพมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ซึ่งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ สมุนไพร เหล่านี้เป็นธุรกิจที่สร้างรายได้อย่างมาก อีกทั้งยังเป็นธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีที่ไม่สูงมาก ผู้ประกอบการรายใหม่ๆมีโอกาสเข้าตลาดได้ และมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ทั้งนี้จะเห็นได้จากการที่ตลาดผลิตภัณฑ์ สมุนไพร ในประเทศขยายตัวปีละไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20-30 เนื่องจากความนิยมในการบริโภคและใช้สมุนไพรไทย และมูลค่าตลาดรวมในประเทศของผลิตภัณฑ์ สมุนไพร ในปี 2544 จะมีมูลค่าสูงถึงเกือบ 30,000 ล้านบาท และมีอัตราการขยายตัวร้อยละ 30 มูลค่าตลาดรวมผลิตภัณฑ์สมุนไพรในประเทศเติบโตในลักษณะก้าวกระโดด(ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, 2545) เนื่องจากความนิยมผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะ สอดรับกับกระแสนิยมผลิตภัณฑ์อิงธรรมชาติที่เป็นกระแสที่กำลังมาแรง ซึ่งนับว่าเป็นการขยายตัวที่สวนทางกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงซบเซา โดย เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและ สมุนไพร สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มสินค้าต่างๆได้ดังนี้

1. ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และเวชสำอางจาก สารสกัดจากธรรมชาติ
  • แชมพู สมุนไพร - ว่านหางจระเข้ ,ว่านประคำดีควาย, ดอกอัญชัน, มะกรูด
  • สบู่เหลว - สารสกัดจากว่านหางจระเข้ ,ดอกไม้รวม, สารสกัดเปลือกมังคุด
  • สบู่ก้อน - สารสกัดเปลือกมังคุด, สารสกัดจากว่านหางจระเข้, สารสกัดจากใบบัวบก, สารสกัดจากเนื้อมะขาม, สารสกัดจากขมิ้นชัน
     
2. เวชสำอางจากสมุนไพร
  • เวชสำอางครีมจาก สมุนไพร รวม สารสกัดจากมะขาม, ใบบัวบก, ขมิ้นชัน และ สารสกัดจากสมุนไพรอื่นๆ จากต่างประเทศ สำหรับ สิว ฝ้า กระ รอยด่างดำบนใบหน้า ( ได้ผลภายใน 7-15 วัน แล้วแต่พื้นฐานของผิวหน้า )
  • ครีมโฟม ล้างหน้า จากสารสกัดจาก สมุนไพร สำหรับกำจัด เซลล์และสิ่งสกปรกที่ตกค้างอยู่บนผิวหนัง และ ฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว
  • โคน พอกหน้า เพื่อฟื้นฟูสภาพผิวให้สดชื่น และ ความสดใสแก่เซลล์ผิวพรรณใหม่ๆ ให้มีสุขภาพดี
  • มาส์คผ้าสำลี ชุ่มด้วย สารสกัดจาก สมุนไพร และ สารสกัดจาก แตงกวา และ สารสกัดจากสมุนของต่างประเทศกว่า 5 ชนิด สำหรับฟื้นฟู้สภาพผิว และ ปรับสภาพผิวพรรณให้ดูสดใสภายใน 15 นาที
     
ตลาดภายในประเทศในสินค้า เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและ สมุนไพร ที่มีการนำเข้ามีมูลค่าเท่ากับ 2,534.79 และ 3,439.74 ล้านบาท ในปีพ.ศ. 2543และ2544 ตามลำดับ และมีการนำเข้าสินค้า เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและสมุนไพรจากประเทศต่างๆที่สำคัญได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส จีนและ สหราชอาณาจักรเป็นต้น การนำเข้าเครื่องสำอางจากธรรมชาติและ สมุนไพร จากต่างประเทศเพื่อนำมาใช้บริโภคภายในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปีพ.ศ. 2543 และ 2544 ซึ่งมีอัตราการขยายตัวของการนำเข้าเครื่องสำอาง จากธรรมชาติและสมุนไพรเท่ากับร้อยละ 36.68 และ 35.70 ตามลำดับ ดังนั้นจึงควรมีการส่งเสริมให้มีการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้าเครื่องสำอางจากธรรมชาติและสมุนไพรที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี และควรรณรงค์ให้คนไทยบริโภคสินค้าภายในประเทศเพื่อลดการสูญเสียเงินตราออกนอกประเทศ

ช่องทางจัดจำหน่ายเครื่องสำอางจากธรรมชาติและสมุนไพรภายในประเทศนั้นส่วนใหญ่มีช่องทาง การจัดจำหน่ายได้ดังนี้

1. กลุ่มที่จำหน่ายโดยการตั้งเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่และผู้ผลิตจะต้องจัดหาพนักงานขายที่มีบุคลิกดี มีความสามารถในการโน้มน้าวจิตใจและฝึกอบรบให้มีความรู้เกี่ยวกับ เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและสมุนไพรชนิดนั้นๆ โดยเฉพาะที่เรียกว่า B.A. (Beauty Advisor) เพื่อประจำอยู่ ณ.จุดขายและเป็นผู้คอยแนะนำและบริการลูกค้า โดยภาพรวมกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่ม เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและสมุนไพรที่มีราคาสูง เป็นยี่ห้อนำเข้าจากต่างประเทศและมีภาพลักษณ์ที่เป็นสากล เน้นความเชื่อถือในตัวสินค้า

2. กลุ่มที่จำหน่ายโดยการตั้งร้านของตนเองโดยเฉพาะ โดยร้านค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่มักอยู่ในห้างสรรพสินค้า กลุ่มนี้จะเป็น เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและ สมุนไพร ที่มีราคารองลงมาจากกลุ่มแรกมีทั้งยี่ห้อต่างประเทศและของไทย

3. กลุ่มที่ลูกค้าเลือกซื้อเองตามซุปเปอร์มาร์เก็ต เป็นช่องทางการจำหน่ายที่เล็ก มุ่งเน้นตลาดระดับล่างเป็นหลัก สินค้ามีราคาไม่สูงนัก ผู้บริโภคสามารถเลือกเองโดยการอ่านคุณสมบัติและวิธีการใช้จาก บรรจุภัณฑ์

4. กลุ่มที่ใช้วิธีขายตรงโดยผ่านพนักงานขาย โดยเครื่องสำอางจากธรรมชาติและสมุนไพรในกลุ่มนี้มีภาพลักษณ์ไม่สูงมากโดยมีทั้ง เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและสมุนไพรจากต่างประเทศและภายในประเทศ การจัดจำหน่ายวิธีนี้เป็นวิธีที่ผู้ขายสามารถเข้าถึงลูกค้าอย่างใกล้ชิด ทำให้สามารถบริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีสินค้าของคู่แข่งมาเปรียบเทียบ

ดังนั้นผู้ผลิต เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและสมุนไพรของไทยต่างพยายามคิดค้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นอกจากนี้การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่อ้างว่ามีคุณสมบัติต่างจากเดิมนั้น จะทำให้สามารถขยายตลาด เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและสมุนไพรให้ใหญ่ขึ้น เนื่องจากเป็นการดึงดูดลูกค้าที่ไม่สนใจให้มาบริโภคสินค้านั้นได้ หรือจะส่งเสริมการจัดกิจกรรมร่วมกันเพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการขายเมื่อถึงระดับที่ตั้งไว้

ตารางแสดงตลาดนำเข้าเครื่องสำอางจากธรรมชาติและสมุนไพร ของประเทศไทย
ประเทศ มูลค่านำเข้า(ล้านบาท) สัดส่วน(ร้อยละ)
    2541 2542 2543 2544 2541 2542 2543 2544
  รวมทั้งโลก 1,775.35 1,854.52 2,534.79 3,439.74 100.00 100.00 100.00 100.00
1 สหรัฐอเมริกา 562.26 473.14 880.34 846.41 31.67 25.51 34.73 24.61
2 ญี่ปุ่น 283.95 331.90 370.83 572.73 15.99 17.90 14.63 16.65
3 ฝรั่งเศส 357.20 360.55 308.43 480.67 20.12 19.44 12.17 13.97
4 จีน 29.20 60.87 196.51 269.67 1.64 3.28 7.75 7.84
5 สหราชอาณาจักร 154.08 154.96 169.06 193.03 8.68 8.36 6.67 5.61
6 อินโดนีเซีย 66.18 41.59 98.82 188.45 3.73 2.24 3.90 5.48
7 เยอรมัน 49.92 85.19 106.24 292.60 2.81 4.59 4.19 8.51
8 เบลเยี่ยม 49.40 42.68 84.27 93.16 2.78 2.30 3.32 2.71
9 ไต้หวัน 38.34 69.60 50.77 59.91 2.16 3.75 2.00 1.74
10 สวิตเซอร์แลนด์ 20.78 31.01 15.32 47.21 1.17 1.67 0.60 1.37
  รวม 10 ประเทศ 1,611.30 1,651.47 2,280.59 3,043.85        
  ประเทศอื่น ๆ 164.05 203.05 254.20 395.89        
  อัตราการเจริญเติบโต - 4.46 36.68 35.70        
ที่มา : กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์, 2545

ภาวะตลาดต่างประเทศ

ประเทศไทยมีมูลค่าส่งออกสินค้า เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและสมุนไพร ไปยังทุกประเทศทั่วโลกเท่ากับ 5,876.49 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2543และเพิ่มขึ้นเป็น 9,163.44 ล้านบาท ในปี พ.ศ.2544 ตามลำดับ ซึ่งมีอัตราการขยายตัวเท่ากับร้อยละ 5.93 โดยตลาดส่งออกที่สำคัญของประเทศไทยในสินค้า เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและสมุนไพร ได้แก่

  • ประเทศอินโดนีเซียโดยมีมูลค่าส่งออก เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและสมุนไพร จากประเทศไทยไปประเทศอินโดนีเซียเท่ากับ 1,050.93 และ 1,872.58 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 17.88 และ 20.44 ของมูลค่าการส่งออก เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและสมุนไพร ของประเทศไทยในปีพ.ศ.2543 และ 2544 ตามลำดับ
  • มาเลเซียโดยมีมูลค่าส่งออก เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและสมุนไพร จากประเทศไทยไป มาเลเซียเท่ากับ 701.53 และ 1,355.86 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 11.94 และ 14.80 ของมูลค่าการส่งออกเครื่องสำอางจากธรรมชาติและสมุนไพร ของประเทศไทยในปีพ.ศ.2543 และ 2544 ตามลำดับ
  • ฟิลิปปินส์ โดยมีมูลค่าส่งออกเครื่องสำอางจากธรรมชาติและสมุนไพร จากประเทศไทยไปฟิลิปปินส์เท่ากับ 830.32 และ 1,001.63 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 14.13 และ 10.93 ของมูลค่าการส่งออกเครื่องสำอางจากธรรมชาติและสมุนไพร ของประเทศไทยในปีพ.ศ.2543 และ 2544 ตามลำดับ
  • ฮ่องกง โดยมีมูลค่าส่งออกเครื่องสำอางจากธรรมชาติและสมุนไพร จากประเทศไทยไป ฮ่องกงเท่ากับ 325.03 และ 644.21 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 5.53 และ 7.03 ของมูลค่าการส่งออกเครื่องสำอางจากธรรมชาติและสมุนไพร ของประเทศไทยในปีพ.ศ.2543 และ 2544 ตามลำดับ
  • สิงคโปร์ โดยมีมูลค่าส่งออกเครื่องสำอางจากธรรมชาติและสมุนไพร จากประเทศไทยไปสิงคโปร์เท่ากับ 426.80 และ 644.21 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 7.26 และ 6.92 ของมูลค่าการส่งออกเครื่องสำอางจากธรรมชาติและสมุนไพร ของประเทศไทยในปีพ.ศ.2543 และ 2544 ตามลำดับ
     
ตลาดส่งออกเครื่องสำอางจากธรรมชาติและสมุนไพรในต่างประเทศมีกระแสความนิยมสมุนไพรที่ดีเช่นกัน แม้ว่ามูลค่าในการส่งออกจะยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำเมื่อเทียบกับการส่งออกสินค้าสำคัญอื่นๆ ซึ่งในปัจจุบันเริ่มมีการตั้งธุรกิจการนวดแผนโบราณของไทยในหลายแห่งในต่างประเทศและได้รับความนิยมอย่างมากจากชาวต่างประเทศ ดังนั้นเครื่องสำอางจากสมุนไพร และ เครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อสุขภาพ จึงเป็นสินค้าที่สามารถนำเงินมหาศาลเข้าประเทศ และยังมีอนาคตที่สดใส

โดยกระแสการใช้ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และประเทศในเอเชีย โดยปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 3 ล้านล้านบาท เฉพาะในตลาดสหรัฐฯมูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรสูงถึง 164,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 5.5 ของมูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรของโลก(ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, 2545) สำหรับในไทยตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรก็มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยตลาดผลิตภัณฑ์สมุนไพรมีอัตราการขยายตัวในแต่ละปีเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 แม้จะอยู่ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งนับว่าสวนทางกับสินค้าประเภทอื่นๆ จากกระแสความนิยมผลิตภัณฑ์สมุนไพรทำให้ธุรกิจการค้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรทั้งในลักษณะของยา อาหารเสริมสุขภาพ เครื่องสำอางจากสมุนไพร ตลอดจนเครื่องดื่มสมุนไพร ซึ่งธุรกิจผลิตภัณฑ์สมุนไพรเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้อย่างมาก แม้ว่าจะอยู่ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจก็ตาม อีกทั้งยังเป็นธุรกิจที่ตลาดยังเปิดกว้างในการลงทุน และมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

ช่องทางในการจัดจำหน่ายในตลาดต่างประเทศนั้นได้มีหลายช่องทางเช่นร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สหรัฐอเมริกา ยุโรป และ ญี่ปุ่น โดยสามารถจัดทำข้อมูลทั้งที่เป็นภาษาอังกฤษและภาษาไทย และต้องผ่านการตรวจสอบจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์และเภสัชกรรมของประเทศคู่ค้าเหล่านั้นอย่างละเอียดทุกครั้ง โดยมีการจัดงานแสดงสินค้าเครื่องสำอางในต่างประเทศ ดัง รายละเอียดตามตาราง

ตารางแสดงรายชื่องานแสดงสินค้าในต่างประเทศในสาขาเครื่องสำอางในปีพ.ศ. 2546
ชื่องานแสดงสินค้า เมือง ประเทศ กำหนดจัดงาน ประเภทสินค้า
COSMOPROF HONG KONG P.R.C. Nov-02 COSMETICS
MEDICA DUSSELDORF GERMANY Nov-02 MEDICAL
TIMES IMAGES 2003 MUMBAI INDIA Feb-03 COSMATICS
NATURAL PRODUCT EXPO WEST ANAHEIM U.S.A. Mar-03 NATURAL PRODUCT
BEAUTY WORLD JAPAN 2003 TOKYO JAPAN May-03 COSMATICS
GULF BEAUTY DUBAI U.A.E. Sep-03 COSMATICS
ที่มา : กรมส่งเสริมการส่งออก, 2545

ตารางแสดงตลาดส่งออกเครื่องสำอางจากธรรมชาติและสมุนไพร ของประเทศไทย
ประเทศ มูลค่านำเข้า(ล้านบาท) สัดส่วน(ร้อยละ)
    2541 2542 2543 2544 2541 2542 2543 2544
  รวมทั้งโลก 4,217.30 4,440.02 5,876.49 9,163.44 100.00 100.00 100.00 100.00
1 อินโดนีเซีย 106.70 105.63 1,050.93 1,872.58 2.53 2.38 17.88 20.44
2 มาเลเซีย 556.78 650.97 701.53 1,355.86 13.20 14.66 11.94 14.80
3 ฟิลิปปินส์ 875.35 1,001.81 830.32 1,001.63 20.76 22.56 14.13 10.93
4 ฮ่องกง 687.27 447.83 325.03 644.21 16.30 10.09 5.53 7.03
5 สิงคโปร์ 331.01 362.80 426.80 634.01 7.85 8.17 7.26 6.92
6 ไต้หวัน 134.16 159.23 176.29 567.26 3.18 3.59 3.00 6.19
7 กัมพูชา 207.12 221.28 210.63 401.81 4.91 4.98 3.58 4.38
8 เกาหลีใต้ 18.36 94.00 278.48 382.89 0.44 2.12 4.74 4.18
9 ญี่ปุ่น 97.23 89.45 227.88 317.48 2.31 2.01 3.88 3.46
10 อินเดีย 3.10 20.62 189.91 281.09 0.07 0.46 3.23 3.07
  รวม 10 ประเทศ 3,017.08 3,153.62 4,417.80 7,458.79        
  ประเทศอื่น ๆ 1,200.21 1,286.40 1,458.68 1,704.65        
  อัตราการขยายตัว - 5.28 32.35 55.93        

 

ที่มา : กรมเศรษฐกิจการพาณิชย์, 2545

แนวโน้มของตลาดในอนาคต

 

 

ผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและสมุนไพรยังมีแนวโน้มที่ดี โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและสมุนไพรที่พึ่งพิงตลาดในประเทศเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นยาสมุนไพร เครื่องสำอาง จากสมุนไพร และเครื่องดื่มจากสมุนไพร แต่ผลิตภัณฑ์ที่จะยังเติบโตต่อไปได้นั้นมีเงื่อนไขว่าราคาจะต้องอยู่ในเกณฑ์ที่ผู้บริโภคยอมรับได้ และผู้บริโภคมีความเชื่อถือในมาตรฐานการผลิตและคุณภาพของผลิตภัณฑ์สมุนไพร ดังนั้นแนวโน้มผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีอนาคตนั้นน่าจะเป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ผลิตในประเทศที่มีการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานของราชการ ส่วนการนำเข้าผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและสมุนไพรจากต่างประเทศนั้นประเทศไทยยังคงมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากธรรมชาติและสมุนไพรจากต่างประเทศสูง ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราการขยายตัวการนำเข้าสินค้าผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและสมุนไพรจากต่างประเทศ เท่ากับร้อยละ 36.68 และ 35.70 ใน ปี พ.ศ.2543และ2544 ตามลำดับ ซึ่งมีแนวโน้มว่าราคาผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและ สมุนไพร จากการนำเข้าจะอยู่ในเกณฑ์สูงกว่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ผลิตในประเทศ และน่าจะมีปัญหาในเรื่องการผลักดันยอดขาย เนื่องจากผู้บริโภคยังเน้นในเรื่องการประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว

สำหรับแนวโน้มการส่งออกเครื่องสำอางจากธรรมชาติและ สมุนไพร คาดว่ายังคงมีแนวโน้มที่ดีเช่นกัน เนื่องจากมีอัตราการขยายตัวการส่งออก เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและสมุนไพรในปีพ.ศ. 2543 และ2544 เท่ากับร้อยละ 32.35 และ 55.93 ตามลำดับ ซึ่งเห็นได้ว่ามีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นในอนาคตคาดว่าตลาดส่งออกของไทยจึงมีแนวโน้มที่ดีในอนาคตสำหรับผู้ที่สนใจในเขตศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9 ที่จะทำการลงทุนในผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและ สมุนไพร เพื่อรักษามูลค่าการส่งออกและให้มีการขยายตัวไปยังตลาดใหม่ๆในอนาคต สำหรับแนวโน้มตลาดต่างประเทศในสินค้า เครื่องสำอาง จาก ธรรมชาติและสมุนไพรที่กำลังมีแนวโน้มที่ดีคือตลาดเอเชีย สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และออสเตรเลียเป็นต้น ไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่เป็นแหล่งอันอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายของทรัพยากรสมุนไพร ซึ่งไทยต้องรักษาจุดแข็งในเรื่องนี้ไว้เพื่อที่จะให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรของไทยสามารถผลักดันให้อยู่ในแถวหน้าของประเทศผู้ส่งออก เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและสมุนไพรที่สำคัญของโลก

ปัจจุบันเครื่องสำอางจากธรรมชาติและ สมุนไพร ของไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดหลักคือสหรัฐฯ ยุโรป จีนรวมถึงประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชีย แต่ เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและ สมุนไพร ไทยยังขาดการพัฒนาอย่างจริงจังทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ เป็นที่ยอมรับในระดับมาตรฐานสากล รวมถึงแผนการเปิดตลาดอย่างจริงจัง ซึ่งสิ่งสำคัญที่ตลาดโลกต้องการคือ ผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยมีประโยชน์ตรงกับคำกล่าวอ้างและมีคุณภาพมาตรฐานสม่ำเสมอ ดังนั้นต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาสินค้า เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและสมุนไพรไทยให้เป็นที่ยอมรับ การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและสมุนไพรไทยที่ผ่านมาแม้จะมีกิจกรรมและผลงานวิจัย ค่อนข้างมาก แต่เป็นการวิจัยเฉพาะเรื่องตามความสนใจของนักวิชาการ โดยไม่เน้นการทำตลาด ทำให้ผลการวิจัยไม่สามารถผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดได้ และไม่เพิ่มมูลค่าสินค้ามากนัก ดังนั้นหากจะพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจากธรรมชาติและ สมุนไพร ไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้จำเป็นต้องปรับแนวคิดในการวิจัยและพัฒนาใหม่ โดยเน้นให้เกิดการวิจัยพัฒนาอย่างครบวงจรโดยพิจารณาจาก ความต้องการของตลาดเพื่อให้เกิดเป็นสินค้าที่สามารถทำตลาดได้และสร้างมูลค่าเพิ่ม

ปัญหา อุปสรรค และข้อจำกัดที่ควรระมัดระวัง

1. ปัญหาเรื่องของการยอมรับและความน่าเชื่อถือในผลิตภัณฑ์ที่มาจาก สมุนไพร ไทย
2. ยังขาดตลาดรองรับที่เพียงพอสำหรับสินค้า เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและ สมุนไพร ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
3. ผู้ประกอบการผลิต เครื่องสำอาง จากธรรมชาติและสมุนไพรส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตในระดับท้องถิ่น ซึ่งยังขาดความรู้ทางด้าน กฎ ระเบียบ การขอขึ้นทะเบียนฉลาก สรรพคุณของอย. เกี่ยวกับเวชสำอางไม่ชัดเจน อย่างแท้จริง
4. ขาดการค้นคว้าวิจัย คิดค้น และพัฒนาทางด้านการผลิตวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรม เครื่องสำอาง ทำความสะอาด และบำรุงผิวที่มาจากธรรมชาติและ สมุนไพร อย่างจริงจัง
 

การส่งเสริมและการสนับสนุนจากภาครัฐ

ข้อเสนอแนะ

1. ภาครัฐควรทำการส่งเสริมสนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันวิจัย หรือ มหาวิทยาลัยในการศึกษา ค้นคว้าวิจัย คิดค้น และพัฒนาทางด้านการผลิตวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรม เครื่องสำอาง ทำความสะอาด และบำรุงผิวที่มาจากธรรมชาติและ สมุนไพร อย่างจริงจัง
2. ภาครัฐควรเข้ามาดูแลให้ความสนใจในการที่จะให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการทำการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตให้ดีและมีประสิทธิภาพทัดเทียมกับต่างประเทศ เพื่อลดความสูญเสียในส่วนของการนำเทคโนโลยีในการผลิตจากต่างประเทศ
3. ขยายการส่งออกในตลาดหลักและตลาดที่มีศักยภาพและพัฒนาในด้านบรรจุภัณฑ์ในการผลิต

นโยบายรัฐและเอกชนที่ให้การสนับสนุน

ผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากรัฐบาล โดย กระทรวงสาธารณสุขวาง ยุทธศาสตร์การพัฒนาสมุนไพรอย่างครบวงจรและประกาศนโยบายเพื่อดำเนินการเชิงรุกวางยุทธศาสตร์ในการพัฒนาสมุนไพรไทยให้เป็นผลิตภัณฑ์เศรษฐกิจของชาติ โดยมั่นใจผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยจะได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ เพียงแต่จะต้องเพิ่มคุณภาพและหาความต้องการที่แท้จริงของตลาดโลกให้ได้ โดยมีการจัดความสำคัญของความต้องการสมุนไพรตัวหลัก และเร่งพัฒนากลุ่มนี้ก่อน สมุนไพรที่จะคัดเลือกเป็นตัวนำของไทย จะต้องเป็นที่ต้องการของตลาดโลก ผ่านการศึกษาวิจัยคุณภาพมาตรฐานทางวิชาการมาแล้ว ซึ่งในเบื้องต้นนี้ได้พิจารณาไว้ 4 ตัว ได้แก่

  • ขมิ้นชัน(ใช้บรรเทาอาการจุกเสียด ฆ่าเชื้อรา รักษาอาการท้องเสีย รักษาโรคท้องเสีย และอาการอักเสบจากแมลงกัดต่อย)
  • กวาวเครือ(ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ยาคุมกำเนิด ลดอาการกระดูกผุ และทดแทนฮอร์โมนเพศหญิง)
  • ฟ้าทะลายโจร(ยาแก้ไข้ ลดความร้อน บรรเทาอาการไอและเจ็บคอ ยาแก้บิด ท้องเดิน และรักษาโรคกระเพาะอาหาร)
  • และพญายอ(รักษาโรคเริม อาการเนื่องจากแมลงกัดต่อย และแผลอักเสบในปาก)
     
และมอบให้กระทรวงพาณิชย์ และภาคเอกชนศึกษาตลาดและข้อกำหนดของแต่ละประเทศ เพื่อวางแผนพัฒนาให้สอดคล้องกับมาตรฐานต่างประเทศด้วย

ในส่วนของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์อยู่ระหว่างยกระดับสถาบันวิจัยสมุนไพร ให้เป็นสถาบันสมุนไพรแห่งชาติ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการพัฒนา ตรวจสอบ และควบคุมคุณภาพสมุนไพรของประเทศ ขณะเดียวกันเตรียมออกเครื่องรับรองคุณภาพสมุนไพรที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน โดยในเบื้องต้นนี้จะเน้นผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากขมิ้นชันของไทย ซึ่งจัดว่ามีคุณภาพดีที่สุดในโลก ในปี 2545 จะพัฒนาอีก 10-15 ตัว ทั้งนี้หากไทยสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรเจาะเข้าตลาดโลกได้ก็จะสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศได้อีกเป็นจำนวนมาก

หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่สนับสนุนด้านการผลิตสินค้า
 

 

1) ชื่อหน่วยงาน ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 9
เบอร์โทรศัพท์ 038-784064-7
บทบาท เป็นแกนกลางในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม
  ใน พื้นที่รับผิดชอบ 9 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี สมุทรปราการ ระยอง
  จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครนายก และจังหวัดสระแก้วโดย
  ร่วมมือและให้การสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน
2) ชื่อหน่วยงาน สมาคมเครื่องสำอางไทย
เบอร์โทรศัพท์ 02-7133647
3) ชื่อหน่วยงาน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
ที่อยู่ ส่วนบริหารเงินทุน สำนักพัฒนาอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย
  อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ชั้น 4) ในบริเวณกระทรวง อุตสาหกรรม
  ถนนพระรามที่ 6 เขตราชเทวี กทม.
เบอร์โทรศัพท์ (02) 2488098, 2024475-6, 2450140 โทรสาร
บทบาท เพื่อให้ความช่วยเหลือราษฎรและกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัว
  และตามระเบียบกระทรวงอุตสาหกรรมว่าด้วยเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริม
  อาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัว
Website http://www.dip.go.th
4) ชื่อหน่วยงาน ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
  เบอร์โทรศัพท์ 0-2617-2280 271-3700, 617-2111, 278-0047
  โทรสาร 0-2271-3204
บทบาท ให้บริการทางการเงินเพื่อสนับสนุนผู้ส่งออก และนักลงทุนไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศ
อีเมล์ info@exim.go.th Website http://www.exim.go.th/
5) ชื่อหน่วยงาน บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมขนาดย่อม (บอย.)
เบอร์โทรศัพท์ 0-2201-3700-10 โทรสาร 0-2201-3723 - 24
บทบาท ให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมและธุรกิจ SMEs บริการ ให้บริการเงินกู้แก่
  วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)ที่ลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ไม่เกิน 100 ล้านบาท
อีเมล์ sifc@sifc.co.th Website http://www.sifc.co.th/index.asp
6) ชื่อหน่วยงาน บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
เบอร์โทรศัพท์ 0-2253-7111, 253-9666 โทรสาร 0-2253-9677
บทบาท ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กิจการอุตสาหกรรมภาคเอกชนตั้งแต่เริ่ม โครงการจนกระทั่งกิจการเจริญเติบโตขึ้นอย่างมั่นคงโดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมท
  ช่วยพัฒนาประเทศและอุตสาหกรรมที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล
อีเมล์ info@ifct.co.th Website http://www.ifct.co.th
7) ชื่อหน่วยงาน กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์
เบอร์โทรศัพท์ 0-2511-5066-77, 512-0093-0104 โทรสาร 0-2512-1079, 513-1917
บทบาท ส่งเสริมผู้ประกอบการผลิตและผู้ส่งออกให้สามารถใช้ศักยภาพการผลิตและการตลาดได้อย่างเต็มที่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย
  ในตลาดโลก เสริมสร้างภาพลักษณ์และค่านิยมสินค้าไทยทั้งในและต่างประเทศรวมทั้งมุ่งส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในฐานะของศูนย์กลางการผลิต การค้าและการแสดงสินค้าระดับนานาชาติ
Website http://www.depthai.go.th/
เบอร์โทรศัพท์ 0-2511-5066-77, 512-0093-0104 โทรสาร 0-2512-1079, 513-1917
บทบาท ส่งเสริมผู้ประกอบการผลิตและผู้ส่งออกให้สามารถใช้ศักยภาพการผลิตและการตลาดได้อย่าง
  เต็มที่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลก เสริมสร้างภาพ
  ลักษณ์และค่านิยมสินค้าไทยทั้งในและต่างประเทศรวมทั้งมุ่งส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จัก
  ในฐานะของศูนย์กลางการผลิต การค้าและการแสดงสินค้าระดับนานาชาติ
Website

http://www.depthai.go.th/


 

 

Document Source: กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
 
 



Business development

CSR
Brand Identity อัตลักษณ์ของแบรนด์
Crowdsourcing Campaign เทรนด์ฮิต Digital Campaign
13 ตัวตนของแบรนด์ Part 2 ข้อ 7-13
13 ตัวตนของแบรนด์ Part 1 ข้อ 1-6
Brand DNA สร้างคุณค่าให้แบรนด์
Marketing concept
CDIP บริษัท ร่วมวิจัยผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
การเริ่มผลิตสินค้าใหม่กับ JSP
MLM Consulting
SWOT analysis
Unlimited Technology Service.,Ltd article
CRM การจัดการลูกค้าสัมพันธ์และระบบห่วงโซ่อุปทาน
Innovation Coupon for SMEs
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
Six Sigma business management
TQM Total Quality Management
K SME care
ขึ้นทะเบียนอาหารและยา (FDA)
ที่ปรึกษาการวิจัย
ที่ปรึกษาการเงิน
4P's ส่วนผสมทางการตลาด
Porter's 5 forces analysis
Business Development article



สงวนลิขสิทธิ์ 2012 บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด เลขที่ 255,257 ซอยสาธุประดิษฐ์ 58 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
โทรศัพท์ : 092-2234056-59 แฟกซ์ : 02-294-0705 อีเมล์ : pissanu25@gmail.com